Program Profhilo คืออะไร? งานผิว Glass Skin
ที่ไม่ได้แค่เติมเต็ม แต่เป็นการ "รีโนเวท" ผิวใหม่ระดับเซลล์ | Fiora Clinic
ในยุคที่เทรนด์ "Glass Skin" หรือผิวฉ่ำวาวเหมือนกระจกกำลังมาแรง หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ "Profhilo" (โปรไฟล์โล) กันมาบ้าง แต่เชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดคิดว่ามันคือ "ฟิลเลอร์" หรือ "เมโสหน้าใส" ทั่วไป
ความจริงแล้ว Profhilo คือนวัตกรรมที่เหนือกว่านั้น! มันคือ Bio-Remodeling หนึ่งเดียวที่สามารถ "รีโนเวท" โครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเด็กเด้งได้อีกครั้ง บทความนี้ Fiora Clinic จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Profhilo แบบเจาะลึก ว่าทำไมมันถึงเป็นหัตถการงานผิวที่มาแรงที่สุดในขณะนี้
สารบัญ
Profhilo คืออะไร? ทำไมถึงไม่ใช่ฟิลเลอร์?
Profhilo คือสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่มีความเข้มข้นสูงที่สุดในท้องตลาด (64mg/2ml) แต่ความพิเศษไม่ได้อยู่ที่ความเข้มข้นเท่านั้น แต่อยู่ที่เทคโนโลยีการผลิตลิขสิทธิ์เฉพาะที่เรียกว่า NAHYCO Technology
- ไม่ใช่ Filler: ฟิลเลอร์ทั่วไปมีไว้ "เติมเต็ม" (Filling) จุดที่ยุบตัวและ "ปั้นทรง" ให้คงอยู่
- ไม่ใช่ Meso: เมโสทั่วไปมีโมเลกุลน้ำเหลวๆ อยู่ได้ไม่นาน เน้นบำรุงชั่วคราว
- แต่คือ Bio-Remodeling: Profhilo เป็น HA โมเลกุลใหญ่และเล็กที่จับตัวกันด้วยความร้อน (Thermal Cross-linking) ไม่ใช้สารเคมี เมื่อฉีดเข้าไป มันจะกระจายตัวเข้าสู่ชั้นผิวและทำหน้าที่ "กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ถึง 4 ชนิด" เปรียบเสมือนการสั่งให้ผิวซ่อมแซมตัวเองจากภายใน
จุดเด่นที่ทำให้ Profhilo แตกต่าง: เทคนิค BAP 5 จุด
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Profhilo ครองใจคนกลัวเข็ม คือเทคนิคการฉีดแบบ BAP (Bio Aesthetic Points)
- เจ็บน้อยกว่า: ฉีดเพียงแค่ 5 จุด ต่อใบหน้าหนึ่งข้าง (รวม 10 จุด) แทนที่จะต้องจิ้มเข็มทั่วหน้าเป็นร้อยๆ จุดเหมือนเมโสทั่วไป
- กระจายตัวดีกว่า: ด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจล Profhilo สามารถไหลกระจายตัวไปใต้ชั้นผิวได้เองอย่างทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่แก้มและขากรรไกร
- ปลอดภัยกว่า: จุดฉีด BAP ถูกออกแบบมาให้หลีกเลี่ยงเส้นเลือดและเส้นประสาท ลดความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำได้ดีเยี่ยม
เปรียบเทียบชัดๆ: Profhilo vs Rejuran vs Skin Booster เลือกตัวไหนดี?
เพื่อให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น Fiora Clinic สรุปความแตกต่างมาให้แล้ว:
Profhilo ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
ความหย่อนคล้อยตามร่างกายฉีดบริเวณใบหน้า และลำคอ เพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมากระชับ เรียบเนียน ลุมสิว และรอยแผลเป็น แต่ในกลุ่มลูกค้าบางท่านนิยมฉีดกับร่างกาย เพื่อลดความหย่อนคล้อย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หัวเข่า
ใครบ้างที่ควรทำ Profhilo?
- Profhilo เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหา "คุณภาพผิว" เสื่อมโทรม
- อายุ 25 ปีขึ้นไป: ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เด้ง ไม่กระชับเหมือนเดิม
- ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ: ทาครีมเท่าไหร่ก็ไม่ซึม แต่งหน้าไม่ติด
- มีริ้วรอยเล็กๆ: บริเวณแก้ม มุมปาก หรือลำคอ
- ผิวหมองคล้ำ: ต้องการความฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ดูสุขภาพดี
- กลัวเจ็บ/ไม่อยากพักฟื้น: ต้องการหัตถการที่ทำเสร็จแล้วไปธุระต่อได้เลยเวลาน้อย
Profhilo เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่ผิวหมองคล้ำ
- ผู้ที่ผิวขาดน้ำ ผิวแห้ง
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ
- ผู้ที่ต้องการปรับปรุงโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับ
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวตื้นขึ้น เรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่ต้องการจัดการปัญหารูขุมขนกว้าง หลุมสิว หรือรอยแผลเป็น
- ผู้ที่ต้องการเน้นฟื้นฟูสุขภาพผิวหน้าโดยรวม
Profhilo ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาประมาณ 25,000.-/กล่อง (ราคาขึ้นอยู่กับคลินิกที่รับบริการ)
บทสรุป Program Profhilo คืออะไร?
Profhilo คือนวัตกรรม Bio-Remodeling ที่ใช้ Hyaluronic Acid (HA) เข้มข้นสูง ผลิตด้วยเทคโนโลยี NAHYCO เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาแน่นกระชับ ยืดหยุ่น และชุ่มชื้น ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin จุดเด่นคือใช้เทคนิคฉีด BAP เพียง 5 จุด ทั่วใบหน้า ทำให้เจ็บน้อย ไม่บวมช้ำ และไม่ต้องพักฟื้น แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นการเติมเต็มรูปหน้า
FAQ คำถามที่มักพบบ่อย
Profhilo ช่วยเรื่อง Bio-Remodeling หรือการปรับปรุงโครงสร้างผิว 3 ประการหลัก: 1) Hydration: เติมความชุ่มชื้นล้ำลึกด้วย HA เข้มข้น 2) Elasticity: คืนความยืดหยุ่นให้ผิวเด้งกระชับด้วยการกระตุ้น Elastin และ 3) Lifting: ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยให้ดูเต่งตึงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านและเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย
การฉีด Profhilo ด้วยเทคนิค BAP (5 จุดต่อข้าง) มีความเจ็บน้อยกว่าการฉีดทั่วหน้าแบบเดิมมาก ระดับความเจ็บอยู่ในเกณฑ์ที่ทนได้ (Mild Discomfort) หลังฉีดจะมีตุ่มนูนคล้ายยุงกัดบริเวณจุดฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและจะยุบหายไปเองภายใน 12-24 ชั่วโมง คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น
สามารถทำร่วมกันได้ แต่ควรเว้นระยะเวลาเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ฉีด Profhilo ก่อนหรือหลังการทำเลเซอร์กลุ่มความร้อน (เช่น Ulthera, Thermage) ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงการสลายตัวของ HA ส่วนการฉีดโบท็อกซ์สามารถทำพร้อมกันหรือห่างกัน 2 สัปดาห์ได้ตามดุลยพินิจของแพทย์
ทำร่วมกันได้และดีมากครับ! สามารถทำ Profhilo คู่กับ Botox หรือเครื่องยกกระชับอย่าง Ultraformer/Oligio ได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อลำดับขั้นตอนการทำที่เหมาะสม (ปกติมักจะทำเครื่องยกกระชับก่อน แล้วตามด้วยงานผิว)
สำคัญมากครับ! 1. ต้องมีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมติดที่ฝากล่อง 2. สแกน QR Code ข้างกล่องเพื่อตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้า (IBSA Thailand) ได้ 3. กล่องต้องซีลปิดสนิท และแพทย์ต้องแกะกล่องให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง ที่ Fiora Clinic เราการันตีของแท้ 100% ครับ
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทำ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน ครับ หลังทำครั้งแรกจะเริ่มรู้สึกว่าผิวนุ่มลื่นและชุ่มชื้นขึ้น และจะเห็นผลเรื่องความกระชับและฉ่ำวาวชัดเจนที่สุดหลังทำครั้งที่ 2 ประมาณ 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
หลังฉีดทันทีจะมีตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณจุดที่ฉีด (คล้ายตุ่มยุงกัด) เนื่องจากตัวยามีความเข้มข้นสูง แต่ ตุ่มนี้จะยุบและกระจายตัวหายไปเองภายใน 12-24 ชั่วโมง ครับ ไม่เป็นก้อนแข็งตกค้างแน่นอน เพราะเป็น HA บริสุทธิ์ 100%
ทำร่วมกันได้และดีมากครับ! สามารถทำ Profhilo คู่กับ Botox หรือเครื่องยกกระชับอย่าง Ultraformer/Oligio ได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อลำดับขั้นตอนการทำที่เหมาะสม (ปกติมักจะทำเครื่องยกกระชับก่อน แล้วตามด้วยงานผิว)
ราคาประมาณ 25,000.-/กล่อง (ราคาขึ้นอยู่กับคลินิกที่รับบริการ)