Program Mounjaro (Tirzepatide) คืออะไร?
รู้จัก "King of Weight Loss" ตัวใหม่ ที่เคลมว่าลดน้ำหนักได้ดีที่สุดตอนนี้! | Fiora Clinic
หลังจากที่โลกตื่นเต้นกับ Ozempic และ Wegovy ไปแล้ว ล่าสุดวงการแพทย์ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งกับการมาของ "Mounjaro" (มอนจาโร) หรือตัวยา Tirzepatide ที่ผลการวิจัยชี้ว่า ลดน้ำหนักได้เยอะกว่า เร็วกว่า และประสิทธิภาพสูงกว่ายาตัวเดิมๆ ที่เคยมีมา มันคืออะไร? ทำงานยังไง? และทำไมถึงถูกเรียกว่าเป็น "จุดเปลี่ยน" ของการรักษาโรคอ้วน? Fiora Clinic สรุปข้อมูลแบบเจาะลึกที่เข้าใจง่ายที่สุดมาให้แล้วครับ
สารบัญ
Mounjaro (Tirzepatide) คืออะไร?
Mounjaro คือชื่อทางการค้าของยา Tirzepatide ซึ่งเป็นยารักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และใช้สำหรับการลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน
ความพิเศษที่ทำให้ Mounjaro แตกต่างจากยาลดน้ำหนักรุ่นพี่ (อย่าง Saxenda หรือ Ozempic) คือกลไกการทำงานแบบ "Dual Agonist" (ออกฤทธิ์ 2 ทาง)
แนวทางการรักษาในวัยนี้จึงเปลี่ยนจากการ "ลด" ไปเป็นการ "เติมเต็มเสริมขึ้นมา" เพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไป
1. GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide)
2. GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1)
ในขณะที่ยาตัวเก่าๆ จะออกฤทธิ์แค่ GLP-1 อย่างเดียว การที่ Mounjaro มี GIP เพิ่มเข้ามา เปรียบเสมือนการ "ติดเทอร์โบ" ให้ยาทำงานได้ดีขึ้น ทั้งในแง่การคุมระดับน้ำตาลและการลดความอยากอาหาร
Mounjaro ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?
เมื่อฉีด Mounjaro เข้าสู่ร่างกาย ตัวยาจะเข้าไปเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ 2 ชนิด ทำหน้าที่:
- สั่งสมองว่า "อิ่มแล้ว": ลดความอยากอาหาร ทำให้ทานได้น้อยลงโดยไม่รู้สึกทรมาน
- ชะลอการย่อยอาหาร: ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น จึงรู้สึกอิ่มนาน ไม่หิวจุกจิก
- เพิ่มการเผาผลาญ: ช่วยให้ร่างกายจัดการกับน้ำตาลและไขมันได้ดีขึ้น
ผลลัพธ์จากการวิจัย (SURMOUNT-1 Study): ผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 15% - 22.5% ของน้ำหนักตัว (ขึ้นอยู่กับโดสยา) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกลุ่มยาลดน้ำหนัก
Mounjaro เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีค่า BMI เกิน 30 (ภาวะโรคอ้วน)
- ผู้ที่มีค่า BMI เกิน 27 และมีปัญหาสุขภาพร่วมด้วย (เช่น เบาหวาน, ความดัน)
- ผู้ที่เคยใช้ยาตัวอื่นแล้วน้ำหนักนิ่ง หรือไม่เห็นผลเท่าที่ควร
- ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อฉีดเองเด็ดขาด
ตารางเปรียบเทียบ: Mounjaro vs. Ozempic vs. Saxenda
เลือกตัวไหนดี? มาดูความต่างชัดๆ
ผลข้างเคียงที่ต้องรู้
แม้ประสิทธิภาพจะสูง แต่ Mounjaro ก็มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย (โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นยา):
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ท้องเสีย หรือ ท้องผูก
- เบื่ออาหาร (ซึ่งเป็นผลที่ต้องการในการลดน้ำหนัก แต่ต้องระวังภาวะขาดสารอาหาร)
- คำเตือน: ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
บทสรุป Program Mounjaro คืออะไร?
Mounjaro (Tirzepatide) คือนวัตกรรมยาลดน้ำหนักและรักษาเบาหวานแบบฉีดสัปดาห์ละครั้ง ที่ใช้เทคโนโลยี Dual Agonist (GIP และ GLP-1) ซึ่งต่างจาก Ozempic ที่มีแค่ GLP-1 ผลการวิจัยพบว่า Mounjaro สามารถช่วยลดน้ำหนักได้สูงสุดถึง 22.5% ซึ่งสูงกว่ายาตัวอื่นๆ ในท้องตลาด เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนหรือดื้อยาเดิม แต่ต้องระวังผลข้างเคียงเรื่องทางเดินอาหารและต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
FAQ คำถามที่มักพบบ่อย
Mounjaro (Tirzepatide) ออกฤทธิ์แบบ 2 กลไก (GIP + GLP-1) ในขณะที่ Ozempic (Semaglutide) ออกฤทธิ์แค่ 1 กลไก (GLP-1) ทำให้ Mounjaro มีแนวโน้มที่จะลดน้ำหนักได้มากกว่าและคุมระดับน้ำตาลได้ดีกว่าในผู้ป่วยบางกลุ่มครับ
จากผลการวิจัย ผู้ใช้สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 15-22% ของน้ำหนักตัว ภายในระยะเวลา 72 สัปดาห์ (เช่น ถ้าน้ำหนัก 100 กก. อาจลดได้ถึง 22 กก.) แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนและการคุมอาหารควบคู่ครับ
เป็นยาฉีดเข้าชั้นไขมัน (พุง, ต้นขา, หรือต้นแขน) เพียง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หัวเข็มมีขนาดเล็กมากจนแทบไม่รู้สึกเจ็บ (เหมือนมดกัด) และมาในรูปแบบปากกาที่ใช้งานง่ายครับ
อาการที่พบบ่อยคือ คลื่นไส้, พะอืดพะอม, ท้องเสีย หรือท้องผูก โดยมักจะเป็นในช่วงแรกที่เริ่มยา หรือช่วงที่มีการปรับโดสยาขึ้น อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ครับ
โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรัง หากหยุดยาแล้วกลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบเดิม น้ำหนักมีโอกาสกลับขึ้นมาได้ครับ แพทย์จึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระหว่างการรักษา เพื่อให้รักษาน้ำหนักไว้ได้ยั่งยืนที่สุด หรืออาจต้องใช้ยาในโดสควบคุม (Maintenance dose) ตามแพทย์สั่งครับ