รวมบริการเปลี่ยนหน้าย้วยเป็นหน้ายก ปี 2026

เปลี่ยนหน้าย้วยเป็นหน้ายก

ปัญหา “หน้าย้วย” หรือหน้าที่ดูไม่กระชับเหมือนเดิม มักเกิดจากผิวและเนื้อเยื่อสูญเสียความตึงตัวตามเวลา ทำให้หลายคนเริ่มมีแก้มห้อย เหนียงชัด กรอบหน้าเบลอ หรือถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่าหน้าไม่สดใสเหมือนเดิม ซึ่งกลุ่มหัตถการ ยกกระชับหน้า แบบไม่ผ่าตัดถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกและช่วยให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ใช้กันหลัก ๆ มักเป็น ultrasound หรือ radiofrequency ค่ะ

ที่ Fiora Clinic มีบริการกลุ่มยกกระชับอยู่ครบทั้ง Ulthera Prime, Oligio และ Ultraformer บนหน้า Services ของคลินิกจริง ทำให้สามารถเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับปัญหาแต่ละแบบได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเดียวกับทุกคนค่ะ

จุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ แม้ทั้ง 3 โปรแกรมจะอยู่ในกลุ่ม “ยกกระชับหน้า” เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว พลังงานที่ใช้ ชั้นผิวที่เด่น และผลลัพธ์หลักต่างกัน ถ้าเลือกให้ตรงปัญหา ผลลัพธ์มักจะสวยกว่าและคุ้มกว่าการเลือกตามกระแสค่ะ

Ulthera Prime หรือ Ultherapy PRIME เป็นเทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ส่งลงใต้ผิวอย่างจำเพาะเจาะจง และจุดเด่นสำคัญคือมี Real-time Visualization ให้แพทย์เห็นชั้นผิวระหว่างทำ เพื่อช่วยวางพลังงานได้แม่นยำขึ้น โดยข้อมูลทางการของ Ultherapy ระบุว่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่ได้รับการรับรองในสหรัฐฯ สำหรับการยกคิ้ว ยกผิวบริเวณคอและใต้คาง รวมถึงช่วยเรื่องริ้วรอยบางบริเวณ และใช้การรักษาเพียง 1 session เป็นหลักค่ะ

บนเว็บไซต์ Fiora Clinic ก็อธิบายตรงกันว่า Ulthera Prime เด่นเรื่องการยิงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า และมีหน้าจอให้เห็นชั้นผิวจริงระหว่างทำ ทำให้เหมาะกับคนที่เริ่มมี แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตก หรือผิวหย่อนคล้อยระดับค่อนข้างชัด โดย Fiora ระบุว่าหลังทำอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงบางส่วนทันที และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือนหลังทำค่ะ

งานวิจัยและการทบทวนวรรณกรรมล่าสุดเกี่ยวกับ MFU-V ก็สนับสนุนว่าเทคโนโลยีกลุ่มนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อการยกและกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด และมีหลักฐานเรื่องประสิทธิภาพด้าน skin laxity รวมถึงความพึงพอใจของผู้รับบริการในหลายตำแหน่งของใบหน้าและลำคอค่ะ

เหมาะกับใคร:

คนที่มีความหย่อนคล้อยเด่นชัด อยากเน้น “ยกหน้า” มากกว่าลดไขมัน หรืออยากเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้นแบบไม่ผ่าตัดค่ะ

ulthera prime

ถ้าปัญหาหลักของคุณไม่ใช่แค่ความหย่อน แต่มีทั้ง ผิวไม่แน่น แก้มดูฟู รูขุมขนเห็นชัด หรือมีไขมันสะสมบางจุดบริเวณแก้มและเหนียง โปรแกรม Oligio จะเป็นตัวที่ตอบโจทย์มากค่ะ เพราะ Fiora อธิบายว่า Oligio ใช้พลังงาน RF หรือคลื่นวิทยุ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย และช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้น และใช้เวลาทำประมาณ 30–45 นาที

ในมุมของหลักฐานทางการแพทย์ งานวิจัยเกี่ยวกับ New-Generation Monopolar Radiofrequency ในผิวชาวเอเชียพบว่าเทคโนโลยีกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีสำหรับภาวะหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนล่างระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และยังมีข้อมูลใหม่ในปี 2025 ที่สนับสนุนว่าการรักษาด้วย RF สามารถช่วยเรื่อง skin laxity ผ่านการ remodeling ของ collagen และ elastic fibers ได้ค่ะ

เพราะฉะนั้น ถ้าอธิบายแบบง่ายที่สุด Oligio จะเด่นเรื่อง “Tightening” และ “งานผิว” มากกว่าการยกลึกแบบ Ulthera Prime จึงเหมาะกับคนที่อยากให้หน้าดูเฟิร์มขึ้น ผิวดูละเอียดขึ้น และเก็บความฟูส่วนเกินของแก้มหรือเหนียงบางจุดไปพร้อมกันค่ะ

Oligio

เหมาะกับใคร:

คนที่ผิวเริ่มหย่อนแต่ยังไม่มาก มีแก้มหรือเหนียงเล็กน้อย อยากให้หน้าแน่นขึ้น กรอบหน้าคมขึ้น และชอบหัตถการที่เจ็บไม่มาก ใช้ชีวิตต่อได้เร็วค่ะ

อีกโปรแกรมที่ Fiora มีคือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัลตราซาวด์สำหรับการยกกระชับผิวและ contouring โดย Fiora ระบุว่า Ultraformer III ช่วยยกกระชับผิวหน้า สลายไขมันใต้ชั้นผิวบางส่วน กระตุ้นคอลลาเจน และช่วยลดริ้วรอยได้โดยไม่ต้องผ่าตัดค่ะ

ทางเว็บไซต์ Ultraformer ระบุว่า Ultraformer III เป็นอุปกรณ์ ultrasound แบบไม่ผ่าตัดที่ใช้เพื่อ Face Lifting, Skin Tightening และ Body Contouring และมีการทำงานหลายระดับความลึกตามหัวทิปที่เลือกใช้ ขณะที่งานวิจัยในคนไทยเกี่ยวกับ macro-focused ultrasound ก็พบว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีในผู้ที่มี upper facial laxity ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางค่ะ

ถ้าให้สรุปแบบคนทั่วไปเข้าใจง่าย Ultraformer เป็นตัวที่เหมาะกับคนที่อยากเริ่มทำกลุ่ม HIFU / Ultrasound lifting เพื่อช่วยเรื่องความกระชับ กรอบหน้า และความเรียบตึงของผิว โดยไม่ต้องพักฟื้นยาว และเป็นอีกตัวที่นิยมใช้ในกลุ่มคนที่อยากเริ่มดูแลความหย่อนคล้อยตั้งแต่ระดับต้นถึงกลางค่ะ

เหมาะกับใคร:

คนที่เริ่มมีแก้มห้อยเล็กน้อย กรอบหน้าไม่คม หรืออยากยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดและต้องการฟื้นตัวเร็วค่ะ

แล้วถ้ามีปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน ควรเลือกอะไร?

คำตอบคือ หลายเคสไม่ได้มีปัญหาแค่ “หย่อน” อย่างเดียว แต่มีทั้ง ความหย่อนคล้อย + ไขมันแก้ม/เหนียง + ผิวไม่แน่น อยู่พร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม Fiora Clinic ถึงมีบทความเรื่องการทำ Oligio X คู่กับ Ulthera Prime เพราะคลินิกมองว่าทั้งสองเทคโนโลยีแก้คนละมิติของปัญหา โดย Ulthera Prime เน้นยกในชั้นลึก ส่วน Oligio เน้นความแน่นผิวและช่วยจัดการไขมันบางจุดได้ดีกว่า ดังนั้นในบางเคสจึงอาจออกแบบเป็น combination treatment ได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม การเลือกโปรแกรมไม่ควรตัดสินจากชื่อเครื่องอย่างเดียว แต่ควรดูอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมันบริเวณแก้ม/เหนียง คุณภาพผิว และผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพราะคนที่ต้องการ “ยกขึ้น” กับคนที่ต้องการ “แน่นขึ้น” จริง ๆ แล้วอาจเหมาะกับคนละเครื่องค่ะ

สรุป: หน้าย้วยแบบไหน เหมาะกับโปรแกรมอะไร?

ถ้าคุณมีปัญหา หน้าเริ่มตก แก้มห้อย กรอบหน้าเบลอชัดเจน และอยากเน้นการยกในชั้นลึก Ulthera Prime มักเป็นตัวเลือกที่เด่นที่สุดค่ะ

ถ้าคุณรู้สึกว่า ผิวไม่แน่น หน้าไม่เฟิร์ม มีแก้มหรือเหนียงร่วมด้วย และอยากให้หน้าดูละเอียดขึ้น โปรแกรม Oligio จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะเด่นทั้งงาน tightening และงานผิวค่ะ

ถ้าคุณอยากเริ่มดูแล ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด เก็บกรอบหน้า ลดความหย่อนระดับต้นถึงกลาง โปรแกรม Ultraformer III ก็เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะค่ะ

สุดท้าย ไม่มีเครื่องไหน “ดีที่สุดสำหรับทุกคน” แต่มีเครื่องที่ เหมาะที่สุดกับปัญหาของแต่ละคน มากกว่า หากอยากวางแผนให้ตรงจุดจริง แนะนำให้แพทย์ช่วยประเมินใบหน้า หน้าชั้นผิว และระดับความหย่อนคล้อยก่อนตัดสินใจ เพราะการเลือกเครื่องถูกตั้งแต่แรก มักให้ผลลัพธ์ที่สวยกว่าและคุ้มกว่าค่ะ

อย่างไรก็ตาม การเลือกโปรแกรมไม่ควรตัดสินจากชื่อเครื่องอย่างเดียว แต่ควรดูอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมันบริเวณแก้ม/เหนียง คุณภาพผิว และผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพราะคนที่ต้องการ “ยกขึ้น” กับคนที่ต้องการ “แน่นขึ้น” จริง ๆ แล้วอาจเหมาะกับคนละเครื่องค่ะ

FAQ คำถามที่มักพบบ่อย

หน้าย้วยเริ่มต้น ควรเริ่มทำอะไรดี?

ถ้าปัญหาหลักคือหน้าไม่แน่น มีแก้มหรือเหนียงเล็กน้อย Oligio มักเหมาะกว่า แต่ถ้าปัญหาหลักคือหน้าตก กรอบหน้าเบลอ Ulthera Prime หรือ Ultraformer อาจเหมาะกว่า ขึ้นกับการประเมินใบหน้าจริงค่ะ

 

Ulthera Prime, Oligio และ Ultraformer ต่างกันยังไง?

Ulthera Prime ใช้ ultrasound พร้อม real-time visualization เพื่อเน้นการยกชั้นลึก, Oligio ใช้ Monopolar RF เพื่อเน้นความแน่นของผิวและ contouring, ส่วน Ultraformer เป็น ultrasound non-invasive สำหรับ lifting และ tightening ค่ะ

ทำยกกระชับหน้าแล้วต้องพักฟื้นไหม?

กลุ่ม non-invasive skin tightening เป็นหัตถการไม่ผ่าตัด โดยทั่วไปใช้ downtime น้อยหรือแทบไม่มี แต่รายละเอียดขึ้นกับเครื่องและการประเมินของแพทย์ค่ะ

ทำ 2 โปรแกรมร่วมกันได้ไหม?

บางเคสทำร่วมกันได้ โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งปัญหาความหย่อนคล้อยและปัญหาผิว/ไขมันร่วมกัน ซึ่ง Fiora ก็มีการอธิบายแนวทางการทำร่วมกันของ Oligio X กับ Ulthera Prime ไว้ชัดเจนค่ะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า